Last updated: 17 ก.พ. 2569 | 19 จำนวนผู้เข้าชม |
บริษัท มาสเตอร์ แปลน 101 จำกัด ผู้นำธุรกิจรับสร้างบ้านหรูครบวงจร สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญสู่วงการรับสร้างบ้าน เปิดตัว “มิติใหม่ในการบริการ” ภายใต้คอนเซปต์ “THE MASTER HOME BUILDER” ชูจุดแข็งทางการเงินที่มั่นคงสูงสุดด้วยพอร์ตโฟลิโอ (Portfolio) บ้านหรูขนาดใหญ่ ในมือมูลค่ากว่า 1,200 ล้านบาท พร้อมประกาศใช้สโลแกนใหม่ “ที่สุดแห่งการสร้างบ้านหรู” เตรียมส่งแบบบ้าน “Gold Series” ดีไซน์ระดับโลก เจาะตลาดเศรษฐี มั่นใจดันยอดขายปี 69 เติบโต 25%

นายอนันต์กร อมรวาที กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสเตอร์ แปลน 101 จำกัด เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจว่า ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่มีความท้าทายและปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อในวงกว้าง บริษัทฯ ยังคงสามารถบริหารจัดการธุรกิจให้ดำเนินไปได้อย่างมั่นคง โดยในปี 2567 ที่ผ่านมา บริษัทฯ สร้างยอดขายได้สูงถึง 900 ล้านบาท และแม้ในปี 2568 ภาพรวมของภาคอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจจะชะลอตัวลง ส่งผลให้ยอดขายปรับตัวมาอยู่ที่ 675 ล้านบาท แต่ถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าพอใจเมื่อเทียบกับสถานการณ์วิกฤตที่เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงรากฐานที่แข็งแกร่งและความเชื่อมั่นของลูกค้ากลุ่ม Real Demand ที่มีต่อแบรนด์อย่างเหนียวแน่น
สำหรับทิศทางในปี 2569 บริษัทฯ มั่นใจว่าจะกลับมาเติบโตได้อย่างโดดเด่นอีกครั้ง โดยวางเป้ายอดขายไว้ที่ 843 ล้านบาท หรือ เติบโตขึ้น 25% จากปีก่อนหน้า ปัจจัยสนับสนุนสำคัญคือสถานะทางการเงินที่มั่นคงสูงสุด ด้วยมูลค่าพอร์ตโฟลิโอ (Portfolio) บ้านหรูขนาดใหญ่ในมือสูงถึง 1,200 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินงานต่อเนื่องยาวนานถึง 2 ปี ตัวเลขดังกล่าวเป็นเครื่องยืนยันถึงความพร้อมในการการันตีส่งมอบบ้านสวยและมีคุณภาพให้กับลูกค้าทุกหลังอย่างแน่นอน ตัดความกังวลเรื่องความเสี่ยงให้เป็นศูนย์ (Zero Risk) เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าการได้สร้างบ้านหรูกับบริษัทฯ คือความคุ้มค่าและปลอดภัยที่สุด
เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าให้เหนือกว่ามาตรฐานเดิม บริษัทฯ ได้ประกาศปรับสโลแกนใหม่เป็น “Master Plan 101 : ที่สุดแห่งการสร้างบ้านหรู” สะท้อนแนวคิดหลัก “THE MASTER HOME BUILDER” หรือเจตนารมณ์ในการเป็น “ผู้คืนเวลา” และ “ลดความยุ่งยาก” ในการสร้างบ้านให้กับลูกค้าอย่างเบ็ดเสร็จ โดยมองว่าสำหรับลูกค้าระดับไฮเอนด์ “เวลา” คือสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุด บริษัทฯ จึงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางบริหารจัดการแทนลูกค้าในทุกขั้นตอน เพื่อลดภาระการประสานงานกับหลายปาร์ตี้ที่ซ้ำซ้อน โดยพัฒนา 3 กลยุทธ์หลัก ดังนี้:

1. The Master Solution: ทีมเดียวจบ ครบทุกมิติ (Single-Team Integration)
ปฏิวัติรูปแบบการทำงานสู่มาตรฐานใหม่ที่เปลี่ยนความยุ่งยากซับซ้อนของการสร้างบ้านให้กลายเป็นเรื่องง่าย ด้วยการบูรณาการทีมงานมืออาชีพเพียงทีมเดียว (One Team) ผ่าน 3 กลไกสำคัญที่ทำงานสอดประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ ได้แก่:
• Complete Design Service (บริการออกแบบครบวงจรที่สมบูรณ์แบบ): บริการออกแบบที่เชื่อมโยงงานสถาปัตยกรรม งานตกแต่งภายใน (Interior) และงานภูมิสถาปัตยกรรม (Landscape) ให้ร้อยเรียงเป็นเรื่องราวเดียวกัน (One Story) อย่างกลมกลืน ตั้งแต่ฟังก์ชันการใช้งานไปจนถึงการวางเฟอร์นิเจอร์ โดยทีมออกแบบระดับมาสเตอร์ที่เข้าใจ Insight ลูกค้า Ultra-Luxury อย่างลึกซึ้ง
o Fast Track Design: นำเสนอแบบบ้านพร้อมข้อมูลประกอบการตัดสินใจครบทุกมิติได้ภายใน 14 วัน และประเมินราคาเบื้องต้นได้ภายใน 2 ชั่วโมง
o Customization: ยืดหยุ่นสูงสุด โดยลูกค้าสามารถปรับฟังก์ชันจากรูปแบบมาตรฐาน หรือเลือกออกแบบใหม่ (Custom Made) ได้ตามความต้องการ เพื่อให้ได้บ้านที่ตรงใจที่สุด
• Master One 360 (ระบบบริหารจัดการโครงการก่อสร้างอัจฉริยะ): ยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างด้วยระบบปฏิบัติการ Master One 360 OS เอกสิทธิ์เฉพาะของมาสเตอร์ แปลน 101 ที่เชื่อมโยงการทำงานของทุกฝ่าย (ทีมขาย, ออกแบบ, ก่อสร้าง, ตกแต่งภายใน, และแลนด์สเคป) ให้ทำงานร่วมกันแบบไร้รอยต่อบนมาตรฐานเดียวกันทั้งระบบ
o Premium Standard Control: มั่นใจในคุณภาพงานก่อสร้างสูงสุดด้วยทีมวิศวกร, QC และเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (จ.ป.) ที่ร่วมกันตรวจสอบความสมบูรณ์ทุกขั้นตอนด้วยเช็คลิสต์ละเอียดกว่า 6,000 รายการ ภายใต้มาตรฐานสากล ISO 9001:2015 เพื่อให้ได้ผลงานที่ประณีตและสมบูรณ์แบบที่สุด
• PROMPT U Service (นวัตกรรมเร่งด่วนเพื่อคนรักเวลา): บริการพิเศษที่ช่วยลดความยุ่งยากในการทำงานหลายส่วน โดยการเชื่อมโยงงานออกแบบ งานก่อสร้าง งานตกแต่งภายใน และงานสวน ให้เป็นเนื้อเดียวกันอย่างไร้รอยต่อ ส่งผลให้กระบวนการทั้งหมดมีความคล่องตัวสูงสุด
o Speed Design & Contract: ออกแบบได้รวดเร็วและสรุปสัญญาได้ภายใน 7 วัน
o Speed Start: เริ่มต้นงานก่อสร้างได้ทันทีภายใน 60 วัน
o Speed Completion: การันตีสร้างบ้านพร้อมตกแต่งภายในและสวนเสร็จสมบูรณ์พร้อมเข้าอยู่ภายใน 18 เดือน (สำหรับบ้านพื้นที่ไม่เกิน 1,000 ตร.ม.)

2. The Master Selection: เปิดตัว “Gold Series” ที่สุดแห่งดีไซน์ระดับโลก
เผยโฉมแบบบ้านคอลเลกชันใหม่ 3 สไตล์ ที่ถ่ายทอดนิยามความสำเร็จระดับ Global Ultra Luxury Lifestyle ผ่านงานดีไซน์ที่เน้นความแตกต่างและฟังก์ชันที่เหนือระดับ:
• The Empire Gold: สัญลักษณ์แห่งความสำเร็จสูงสุดกับคฤหาสน์หรูสไตล์ Timeless Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมตะวันตกชั้นสูง ออกแบบฟังก์ชันพิเศษเพื่อรองรับครอบครัวใหญ่ได้ถึง 3 เจเนอเรชัน พร้อมโซนจอดรถ Super Car และสงวนสิทธิ์การสร้างเพียง “หลังเดียวในโลก” (One of a Kind)
• Milano Brown: ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริหารรุ่นใหม่ด้วยคฤหาสน์แนวตั้งสไตล์ Vertical Mansion ภายใต้แนวคิด Urban Sanctuary พื้นที่สีเขียวและความเป็นส่วนตัวกลางใจเมือง พร้อมสระว่ายน้ำระบบ Semi-indoor
• Gold Sand: ฉีกกฎเกณฑ์เดิม ๆ ด้วยบ้านดีไซน์ Modern Iconic ที่โดดเด่นด้วยเส้นสายโค้งมน (Organic Lines) พลิ้วไหวเสมือนงานประติมากรรมระดับมาสเตอร์พีซ สะท้อนรสนิยมของคนรุ่นใหม่ที่ไม่เหมือนใคร
• เสริมศักยภาพบ้านด้วยนวัตกรรม Master Intelligence: ยกระดับการอยู่อาศัยด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะครบวงจร
o บ้านไม่มีวันดับ: ระบบ Solar System ผสาน Energy Storage System ประสิทธิภาพสูง
o บ้านหายใจได้: ระบบหมุนเวียนอากาศ (Air Quality Control) เติมอากาศบริสุทธิ์และกรองฝุ่น PM2.5
o AI Home Solution: ควบคุมสั่งการระบบต่าง ๆ ภายในบ้านด้วยปัญญาประดิษฐ์เพื่อความสะดวกสบายสูงสุด
o Sentry Mode: ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะที่คอยปกป้องดูแลบ้านตลอด 24 ชั่วโมง

3. The Master Trust: ที่สุดแห่งความอุ่นใจ
ส่งมอบความเชื่อมั่นที่เหนือกว่าด้วยบริการหลังการขาย MSI (Master Plan Service Inclusive) ที่รับประกันโครงสร้างยาวนานถึง 30 ปี เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดในความมั่นคงแข็งแรงของตัวบ้าน ให้บ้านยังคงความทรงคุณค่าและเป็นมรดกที่ส่งต่อสู่รุ่นหลานได้อย่างภาคภูมิ
“ด้วยความพร้อมทั้งด้านความมั่นคงทางการเงิน การบริการรูปแบบใหม่ที่แก้ปัญหาความวุ่นวายได้อย่างตรงจุด และสินค้า Gold Series ที่ตอบโจทย์รสนิยมระดับโลก บริษัทฯ มั่นใจว่าจะสามารถขับเคลื่อนยอดขายปี 2569 ให้เติบโตขึ้น 25% หรือคิดเป็นมูลค่า 843 ล้านบาท ตามเป้าหมายที่วางไว้ พร้อมก้าวสู่การเป็น ‘ที่สุดแห่งการสร้างบ้านหรู’ ในใจผู้บริโภคอย่างแท้จริง” นายอนันต์กร กล่าวทิ้งท้าย